บทที่ 4 คืนดุเดือด (NC)
มือหนาจับเข้าที่แก่นกายใหญ่โต ถอนทัพด่านหน้าออกมาช้า ๆ และค่อย ๆ ขยับเข้าร่องลึกเบา ๆ อีกครั้ง
เพลงขิมยังคงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เกร็งขาหนีบเข้าเอวสอบแน่น เขาจับหัวเข่าเธอแยกมันออกให้อ้ากว้างกว่าเดิม และก้มลงไปจูบเธอหนัก ๆ อีกครั้ง พลางใช้ปลายนิ้วบดขยี้ติ่งเสียวกลางกายสาว ทั้งที่แท่งเอ็นดุ้นใหญ่ยังเสียบหัวคาอยู่อย่างนั้น
นิ้วเรียวใหญ่ที่บดขยี้ยิ่งเสียวสยิวกว่าเรียวลิ้นเมื่อครู่ หรืออาจจะเพราะมีแท่งเนื้อที่คาร่องจดจ่อจะขยับเข้าไปให้ได้นั่น
หญิงสาวครางไม่เป็นศัพท์ แอ่นสะโพกลอย ร้องด้วยความกระสันเสียว เขาอาศัยจังหวะแอ่นอ้าของเธอเสียบท่อนเอ็นอันเขื่องเข้าไปอย่างแรง ครั้งนี้มันเข้าไปจนสุดทาง เธอกำมือที่ขอบตู้เอาไว้แน่น ความรู้สึกเจ็บแสบที่กลางกายราวกับเนื้อบาง ๆ ฉีกขาดจนเหงื่อเม็ดเล็กซึมออกตามไรผม และกรอบหน้าสวย
คนตัวสูงขยับดุ้นเอ็นเข้าออกเป็นจังหวะทันที ไม่รอให้เธอได้ทันหายใจหรือแม้แต่จะคลายความเจ็บแสบลง เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่เพียงครู่เดียวใบหน้าหวานนั้นก็แหงนสูง ครางกระเส่าระบายความเสียวซ่านพรั่งพรูออกทางเรียวปากสีหวาน
เขายังขยับเอวสอบรัวเร็วหนักแน่น กระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะร่วงหล่นลงมา สองมือเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนที่ยึดบั้นท้ายกลมกลึงไว้แน่นช่วยให้ทุกจังหวะยิ่งล้ำลึกมากขึ้น
“คุณคะ มะ..มัน อื้ออ”
“จะแตกแล้วเหรอ”
เธอพยักหน้างึกแทนคำตอบ และต้องกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรง ความเสียวชนิดที่ว่าเกิดมายังไม่เคยเจอะเจอ ทุกจังหวะที่เขาแทงหัวเห็ดสีสวยผลุบเข้าผลุบออกรัวเร็ว มันสะท้านเกร็งไปทั้งท้องน้อย เจ็บปวดทรมานแต่ก็สุขสมอยู่ในที
เขายิ่งเร่งจังหวะส่งให้เธอแตะสวรรค์ปลายทางไปก่อน และเขาเองก็ไม่อาจทนต่อความคับแน่นที่ตอดรัดรุนแรงนั้นได้อีกเช่นกัน จังหวะที่เธอหวีดเสียงร้องอื้ออึงจิกเกร็งปลายเท้าแน่น เขาเองก็กระตุกท่อนเอ็นพ่นน้ำขาวขุ่นใส่อุปกรณ์ป้องกันของตนเช่นกัน
ปากหยักจูบซับลงที่หน้าผากชื้นเหงื่อของหญิงสาวอย่างเอาใจ และค่อย ๆ ดึงแท่งลำรักดุ้นใหญ่ออกมาจากโพรงหวานหยาดเยิ้ม
เพลงขิมมองแก่นกายของเขาภายในถุงยางใส ที่บัดนี้ถูกเคลือบไปด้วยหยาดน้ำเหนียวเยิ้ม และเลือดสีแดงสดปนเปกันไป เห็นผลงานตัวเองตรงหน้าแล้วชวนให้ความอายที่ลืมนึกถึงไป เพิ่งตระหนักได้ก็ตอนนี้
“ครั้งแรกบนหลังตู้รองเท้าก็ถือว่าไม่เลวนะ”
“ค่ะ”
เสียงขานรับเบา ๆ พลางผลักอกแกร่งให้ถอยห่าง เรียวขาที่ยังถ่างอ้าของตัวเองก็รีบหุบเก็บ แต่พอครั้นจะขยับตัวลงจากหลังตู้ ความเจ็บแสบก็แปลบปวดขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้า
อีกฝ่ายที่เห็นอย่างนั้นก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนพาเดินเข้าห้องและวางเธอลงที่โซฟาชุดใหญ่กลางห้องนั่งเล่น ส่วนตัวเขาก็จัดการกับเสื้อผ้าตัวเองที่เหลือ
ฝ่ามือใหญ่รั้งเอวคนข้าง ๆ ดึงตัวเข้ามาแนบชิด ก้มลงจูบเธอซ้ำอีกครั้ง เธอขืนตัวในทีแรกแต่ก็อ่อนปวกเปียกลง เพราะแพ้ทางเขาจนสับสน มือหนาออกแรงรั้งเอวเธออีกเพียงนิด ร่างอรชรก็ขึ้นมานั่งคร่อมตักอย่างง่ายดาย
“คุณคะ..คือ”
เสียงหวานคล้ายเอ่ยประท้วงมองคนตัวใหญ่ที่กำลังสวมถุงยางอนามัยอีกครั้ง และเสียงนั้นก็ต้องหยุดลงแค่นั้น เมื่อเขาจับสะโพกเธอยกสูงขึ้นและกดให้นั่งทับแก่นกายแข็งขืนที่ยังตั้งชูชันอยู่
“อ๊ะ อื้อ”
แค่แท่งเอ็นที่กดจ่อเข้ามา เธอก็สะท้านเจ็บแสบอีกครั้ง ตอนที่ขยับตัวแอ่นอกเพราะถูกเขาก้มหน้าลงมาดูดเม้มหน้าอกอิ่ม เธอจึงได้เรียนรู้ว่าตอนที่ขยับสะโพกมันช่วยบรรเทาความแสบ แต่ก็ต้องแลกกับความเสียวซ่านทรมาน
ยิ่งขยับก็ยิ่งรู้สึกดี ยิ่งรู้สึกดีก็ยิ่งเสียว เขายังดูดเม้มฟัดหน้าอกอิ่มของเธอทั้งสองข้าง เธอก็ยิ่งขยับสะโพกร่อน สองแขนเท้าไปบนหัวเข่าแกร่งด้านหลัง แผ่นหลังเนียนก็ยิ่งแอ่นส่งสองเต้าเข้าปากเขาอย่างง่ายดาย สะโพกกลมบดขยี้หนัก ๆ ก็เปลี่ยนเป็นขยับเด้งสวนแท่งลำรักดุ้นใหญ่
เสียงครางกระเส่าร้องครวญลั่น สะโพกมนก็ยิ่งเด้งแรงตามเสียงร้อง
“อ่า เก่งจัง แรง ๆ อีกครับคนสวย”
คำชมแสนหวานยิ่งทำคนที่ควงเอวร่อนได้ใจ เธอก็ยิ่งขยับสะโพกเด้งเด้าเข้าหา แต่เหมือนจะยังไม่ถึงใจเขา เมื่อเขาขยับสะโพกสอบเด้งสวนกลับออกมา ณ ตอนนี้จึงกลายเป็นเธอที่แอ่นรับแรงกระแทกหนัก ๆ แทนคนคุมเกมเสียแล้ว
เสียงคำรามต่ำในลำคอยามที่เจ้าตัวส่งแรงกระแทกใส่ ประสานเสียงหยาบโลนของน้ำเฉอะแฉะกระทบผิวเนื้อดังลั่นห้อง
เพลงขิมต้องเปลี่ยนมือที่เคยยันขาเขาอยู่มารั้งคอเขาไว้แน่น เมื่อคนตัวสูงที่อยู่ ๆ ก็ลุกขึ้นยืน ทั้งที่เธอยังอ้าคร่อม ส่วนที่เสียบคาก็ยังเสียบลึกแช่ตัวตนอยู่อย่างนั้น และเมื่อเขาจับเธอกระแทกตัวเข้าหาแท่งเอ็นอีกครั้ง เธอก็ครางเสียงหลงอีกครา
เพิ่งรู้ว่าลิงอุ้มแตงมันเสียวเช่นไรก็ตอนนี้ เคยนึกสงสัยพวกหนังเอวีที่เขาร้องโหยหวนจวนจะขาดใจ ในตอนนี้เธอเองก็แทบไม่ต่างจากเหล่านางเอกพวกนั้น
ร่างสูงยิ่งกระแทกกระทั้นตอกอัดตัวตนหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเหมือนลืมไปว่านี่คือครั้งแรกของอีกฝ่าย เขาเองก็เสียวปลาบไปทั้งท่อน ยิ่งส่วนนั้นของเธอตอดรัดแท่งเอ็นแรงเท่าไร เขาเองก็เสียวไปทั้งลำชายเท่านั้น
ใบหน้าสวยหวานที่เสียทรงเพราะความสาดเสียว นอกจากร้องครางออกมาอย่างทนไม่ได้ เธอคงไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำใดได้อีก ทำให้ครั้งนี้เธอไม่ได้พูดว่าจะเสร็จสมหรือไม่ แต่อาการเกร็งขาหนีบเอวไว้แน่น ฝ่ามือเล็กที่จิกข่วนหลังจนแสบอย่างทุรนทุรายด้วยความเสียวซ่านทรมาน เขาก็รู้ได้ว่าเธอจวนจะแตะขอบสวรรค์อีกครั้ง เขาเองก็ไม่รอช้ายิ่งกระหน่ำตอกอัดแท่งรักทะลวงลึก ก่อนที่เธอจะกรีดร้องอื้ออึงทั้งที่ตัวเองยังใช้ฟันกัดริมฝีปากไว้แน่นจนแทบห้อเลือด
เพลงขิมซบลงที่ไหล่กว้าง ลมหายใจหอบเหนื่อยแทบไม่ต่างจากเขา เมื่อเขาวางเธอลงที่โซฟาใหญ่อีกครั้ง คนหน้าแดงหรือจะเรียกว่าแดงไปทั้งตัวก็ว่าได้ร้องหาผ้าห่มด้วยความอาย
“ไม่ต้องอายแล้วมั้ง มาถึงขนาดนี้แล้ว”
ชายหนุ่มแซวขบขันเล็กน้อย จะขนาดไหนก็ช่างแต่จะให้เธอมาเปลือยล่อนจ้อนต่อหน้าเขาในตอนนี้ก็ใช่ที่ หมอนอิงใบเล็กข้างตัวจึงช่วยปิดบังจุดบอบบางแดงเถือกได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เกินสองวินาทีหมอนใบนั้นก็ลอยละลิ่วเพราะคนตรงข้าม แล้วใบหน้าเจ้าเล่ห์ก็เริ่มฉายแววออกมาอีกครั้ง
“เกมรักยังไม่จบครับ เรายังไม่ได้ทดลองเตียงเลย”
“วะ..ว่าไงนะ”
พรึ่บ
“กรี๊ดดดด”
แล้วคืนนั้นก็กลายเป็นคืนที่ดุเดือดของคนทั้งคู่ กว่าจะสิ้นสุดได้ก็เฉียดว่าจะใกล้ย่ำรุ่ง ฝ่ายชายไม่เคยพบเจอหญิงสาวที่ถูกใจเขาได้ขนาดนี้มาก่อน ความต้องการของเขาจึงปะทุออกมาได้เรื่อย ๆ แบบไม่พักหายใจหายคอ
ในขณะที่เพลงขิมก็อึดมากเช่นเดียวกัน แม้เธอจะพร่ำบอกว่าไม่ไหวและขอร้องให้หยุดบ้าง แต่ร่างกายของเธอกลับตอบสนองเขาในทุกรอบ ทั้งที่นั่นเป็นครั้งแรกของเธอ และศึกที่เธอเจอก็ไม่ใช่ศึกเล็ก ๆ เลย หากว่าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงถึงกับสลบไปแล้วด้วยซ้ำ
